งานศิลปะเป็นสิ่งที่จรรโลงใจคู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งงานศิลปะก็เป็นสิ่งที่ถูกส่งต่อและสร้างสรรค์มายังรุ่นต่อรุ่นที่ทำให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้มีโอกาสชื่นชมผลงานศิลปะที่ดีและมีคุณค่ากันมาอย่างยาวนาน แต่ในกระบวนการสร้างงานศิลปะของศิลปินนั้นก็ยังมีกระบวนการหนึ่งที่เรียกว่า การวิจารณ์งานศิลปะ ที่ก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของงานศิลปะที่จะส่งผลให้การสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะออกมาอย่างหนึ่งมีคุณค่าคู่ควรแก่การอนุรักษ์ไว้ ซึ่งในบทคงามนี้เราจะพาทุกท่านมาเรียนรู้ถึงศาสตร์ของงานศิลป์ที่แสดงคุณค่าของการวิจารณ์งานศิลปะของศิลปินไทยว่ามีการแสดงออกมาในรูปแบบไทยและจะสามารถแสดงคุณค่าของงานศิลปะได้มากน้อยเพียงใด

งานศิลปะเป็นหลายที่แบ่งออกได้เป็นหลายแขนง อาทิเช่น งานจิตรกรรม งานปะติมากรรม งานภาพเขียน งานภาพถ่าย เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นงานศิลปะทั้งสิ้น ซึ่งในแต่ละศาสตร์ของงานศิลปะก็จะมีการวิจารณ์ที่แตกต่างกันออกไป โดยขั้นแรกสิ่งที่นักวิจารณ์ควรมี นั่นก็คือการวิจารณ์โดยปราศจากอคติ เพราะเนื่องจากอคติของงานจะทำให้ความงดงามของศิลปะนั้นลดลง มาถึงตรงนี้แล้วถ้าหากนักวิจารณ์ปราศจากอคติแล้ว สิ่งที่สองที่นักวิจารณ์ควรคำนึงถึงก็คือ ต้องแยกประเภทของงานศิลปะว่างานที่เราต้องการวิจารณ์นั้นเป็นงานศิลป์แขนงใด สาขาใด และมีลายเส้นเป็นอย่างไรบ้าง  นอกจากนี้ยังต้องมองให้ทะลุไปถึงว่างานที่เรากำลังวิจารณ์อยู่นั้นเป็นงานที่มีมิติของชิ้นงานแบบใด มีมิติ ภาพพิมพ์ นูนต่ำ นูนสูง เป็นต้น จากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วเรื่องของส่วนประกอบของความงามก็ถือเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจาก ลักษณะของส่วนประกอบที่จะประกอบขึ้นมาเป็นงานศิลป์ได้นั้นมีผลผลต่ออารมณ์ของภาพรวมของงานอีกด้วย ส่วนประกอบของความงามก็มักจะประกอบไปด้วย งานของเราถูกสร้างสรรค์มาด้วย เส้น จุด ลาย รูปทรง อะไร สีเงา แสงตกกระทบเป็นอย่างไร ให้เราวิจารณ์ถึงความงามในส่วนนี้ นอกจากนี้การจัดวางตำแหน่งภาพก็เป็นส่วนสำคัญว่ามีความเป็นเอกภาพมากน้อยเพียงใด ซึ่งท้ายที่สุดก็ต้องวิจารณ์เรื่องคุณค่าทางจิตใจด้วยว่างานมีคุณค่าทางจิตใจอย่างไร ใช้อะไรเป็นตัวเล่าเรื่องราวของภาพ ซึ่งหากงานเป็นงานไทย ให้มองว่าเป็นศิลปะไทยแท้หรือประยุกต์ แต่ถ้าหากเป็นงานสากลก็ให้มองเป็นเรื่องของนามธรรม รูปธรรม หรือกึ่งนามธรรม

จากที่กล่าวถึงวิธีการวิจารณ์เบื้องต้นหลายท่านก็คงจะเห็นละว่าการวิจารณ์งานศิลป์เป็นสิ่งที่ควรทำมากเพียงใด เพราะนอกจากเราจะได้ชื่นชมผลงานนั้น ๆ  แล้ว เราก็ยังจะได้ถ่ายททอดอารมณืความรู้สึกของเราผ่านงานวิจารณ์ของเราเพื่อให้คนรุ่นหลังได้นำบทความนี้ไปพิจารณาได้อีกด้วย